บทที่ 3 ดีเจเล่ห์รัก EP.3
บทที่1
บันนี่ขับออกจากสถานบันเทิงตรงมาที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตปริมณฑล แล้วจอดสนิทดับเครื่องยนต์ที่หน้าบ้านเดี่ยวชั้นเดียวหลังขนาดน่ารัก เธอเขย่าแขนปลุกคนที่มาด้วยจนอีกฝ่ายปรือตาขึ้นมา หันมองไปรอบ ๆ ก็พบว่าถึงบ้านตัวเองแล้ว
“ลงจากรถไปได้แล้ว” บันนี่โบกมือไล่ เพราะเพื่อนตัวเองนั่งนิ่งสะลึมสะลือไม่ยอมลงจากรถเสียที เธอเองก็อยากจะพักผ่อนเต็มทนแล้ว
“อือ ขอบใจมาก” มือเล็กกดปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วเปิดประตูรถก้าวขาลงก่อนจะเดินตรงมาที่หน้ารั้วบ้าน ควานหากุญแจในกระเป๋าได้จึงทำการไขเข้าไป
บันนี่จอดรอดูจนเพื่อนรักเดินหายเข้าไปในบ้านเธอจึงขับกลับออกมา
ปนัดดาเดินเข้ามาในบ้านได้ก็ล้มตัวลงนอนที่โซฟาหนังสีขาวที่เธอชอบมานั่ง ๆ นอน ๆ ถักไหมพรหมเล่นเป็นประจำ
แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องเข้ามาผ่านประตูกระจกปลุกคนที่หลับไม่รู้เรื่องให้สะดุ้งตัวตื่นขึ้นมา หญิงสาวขยี้ตาตัวเองด้วยความงัวเงียก่อนจะลุกขึ้นนั่งแล้วปรือตามองออกไป
เห็นว่าแดดจ้าขนาดนี้คงจะสายพอสมควร แต่โชคดีว่านี่คือวันหยุดจึงไม่เป็นไรสำหรับการตื่นสายในครั้งนี้
ปนัดดาหิ้วกระเป๋าสะพายที่วางกองอยู่ที่พื้นเดินเข้าไปในห้องนอนด้วยความงัวเงีย หญิงสาวมองตัวเองผ่านกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง
“แต่งตัวแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่มีใครว่าว่าแก่เหมือนป้า!” เธอพึมพำกับตัวเอง
'แก่เหมือนป้า' คำพูดนี้ยังคงก้องอยู่ในหูของปนัดดา คำบอกลาของอดีตแฟนมันแทงใจดำจนฝังใจ
เหอะ แก่เหมือนป้า! แต่คบหากันถึง 4ปี!
“บ้าที่สุด” ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด เธอไม่เคยลืมเขาได้เลยแม้ว่าจะเลิกกันมากว่าสองปีแล้ว ขนาดคำบอกเลิกบ้า ๆ นั่นจะดูแย่สักแค่ไหน แต่เธอก็ยังไม่เคยลืมเขา
ปนัดดาถอดเสื้อผ้าออกแล้วยืนมองร่างเปลือยเปล่าของตัวเอง ทรวดทรงเธอก็สวยงามไม่แพ้นางแบบเลยสักนิด แต่เพียงเธอชอบแต่งตัวพรางหุ่นของเธอไว้ต่างหาก
หญิงสาวเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วเปิดออก เสื้อผ้าหลายแบบหลายเฉดสีถูกแขวนไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่ว่าแต่ละชุดนั้นมีแต่ความเรียบร้อย เธอมักจะสวมชุดปิดถึงคอ บางชุดก็แขนยาว ความยาวของชุดก็ไม่เหนือเข่าขึ้นมา
แบบนี้ไงถึงถูกเรียกว่าป้า! แต่ไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะ ด้วยนิสัยรักนวลสงวนตัวของเธอด้วยแหละถึงได้ทำให้แฟนเก่าหนีห่างจากตัวเองไปคว้าเอาเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งของเธอมาเป็นเมีย
ใช่ เพื่อนสนิทอีกคน... แต่ตอนนี้ก็เป็นเพียงอดีตเพื่อนสนิทไปแล้ว
ปนัดดาเลือกเสื้อผ้าบางส่วนออกจากตู้ แล้วพับลงลังเปล่าที่ตั้งอยู่ข้างตู้ เดี๋ยวค่อยเอาไปบริจาคในภายหลัง
เธอเดินเปลือยเข้าห้องน้ำแล้วเปิดฝักบัวให้น้ำพุ่งลงมารดศีรษะ ลบล้างความทรงจำเก่า ๆ ให้ไหลผ่านออกไปให้หมด...
ร่างกายสดชื่นขึ้นเยอะแต่ก็รู้สึกเหมือนลืมอะไรบางอย่างไป เธอเดินออกจากห้องน้ำมาแต่งตัวด้วยชุดอยู่บ้านสบาย ๆ ของเธอ แม้แต่เสื้อผ้าอยู่บ้านยังเป็นเสื้อยืดตัวใหญ่ และกางเกงยีนส์ขาสามส่วน
ปนัดดาตั้งใจว่าจะสั่งเสื้อผ้าออนไลน์เข้ามาเพราะขี้เกียจจะออกไปเดินเลือกซื้อ จึงคว้าเอาโทรศัพท์มากด แต่ก็เห็นแจ้งเตือนจากแอปแมสเซนเจอร์ เธอกดดูก็เห็นว่ามีคนโทรเข้ามา
Guy Guy
“กาย... กายไหนวะ” ปนัดดาเห็นชื่อแล้วก็เอ่ยออกมาด้วยความงง
หญิงสาวกดเข้าดูโปรไฟล์ก่อน เพื่อที่จะได้รู้ว่าเขาเป็นใคร ปกติเธอไม่ได้แอดเฟซใครมั่ว และไม่รับแอดใครมั่ว ๆ ด้วย
เมื่อเลื่อนดูโปรไฟล์ของเขาแล้ว เธอก็นึกขึ้นได้ว่านี่คือดีเจหนุ่มที่เธอได้เป็นของขวัญเมื่อคืน ไล่เรียงเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็ยกมือขึ้นทึ้งหัวตัวเอง
“ไปหื่นใส่เขาได้ไงวะ” แม้จะเป็นการมองหวานเยิ้มธรรมดา แต่ก็อายไม่น้อยที่ทำแบบนั้นไป ป่านนี้เขาจะคิดว่าเธอเป็นคนแบบไหนที่ทำท่าแบบนั้นใส่
“ตาย ๆ อีลูกปัดแกตาย!” พร่ำบ่นออกมาแล้วลูบหน้าตัวเองแรง ๆ
เธอคิดว่าเธอคงไม่กล้าไปเจอหน้าเขาแล้ว แม้ว่าจะหล่อเหลาเอาการจนถูกอกถูกใจ แต่ไปแสดงท่าทีแบบนั้นใส่เขา เธอจะกล้ามองหน้าเขาอีกได้อย่างไรกันล่ะ
ปนัดดาต่อสายหาครีมทันที เธออยากจะยกรางวัลนี้ให้เพื่อนสนิท
“(มีไรอะแก)” เสียงงัวเงียของครีมดังขึ้นหลังจากที่ต่อสายหาหลายสายแล้ว
“คือฉันไม่อยากไปดินเนอร์แล้ว แกไปแทนฉันได้ไหม ฉันจำได้ว่าฉันเกือบไปทำตาเยิ้มใส่เขา มองเขาแบบจะจับเขาขึ้นเตียงอะแก ฉันไม่กล้าไปกับเขาแล้วฉันเขินอะแก” ปนัดดาตอบกลับไป
“(ใจเย็น ๆ ฉันมีผัวนะเว้ย และอีกอย่างคือถ่ายรูปรับรางวัลแล้ว ลงชื่อแล้วแกจะเปลี่ยนไม่ได้ อยากถูกปรับหรือไง)” เสียงดุ ๆ จากปากของเพื่อนรัก ทำเอาปนัดดากุมขมับ
ปรับเป็นแสนจะเอาที่ไหนไปจ่าย!
“เออ ๆ “ ปนัดดาตอบสั้น ๆ แล้วกดวางสายไป
หญิงสาวเดินวนไปรอบ ๆ บ้าน เธอนั่งไม่ติดในสมองคิดไม่ตกว่าจะเอาอย่างไรต่อดี แต่เหมือนเธอจะต้องตัดสินใจเร็วขึ้น เนื่องจากมีสายเรียกเข้าจากแอปแมสเซนเจอร์ดังขึ้นมาอีกครั้ง
เธอมองชื่อที่หน้าจออย่างชั่งใจ รับหรือไม่รับ? แต่สุดท้ายนิ้วเรียวก็กดเข้าที่ปุ่มสีเขียวรับสายของดีเจหนุ่มขึ้นมา
“(สวัสดีครับ ผมกายนะคุณจำได้ใช่ไหม)” ปลายสายเอ่ยทักทายอย่างสุภาพ น้ำเสียงสุขมฟังแล้วรื่นหูไม่น้อย
“จำได้ค่ะ แต่คือ... ฉันไม่อยากดินเนอร์และฉันก็เดาว่าคุณก็ไม่อยากดินเนอร์กับฉันเหมือนกัน เราไม่ไปดินเนอร์ไหมคะ เราโกหกทางผับดีไหม” ปนัดดาพูดอย่างรวดเร็ว เธอพยายามชักจูงให้เขาไม่ไปดินเนอร์ ถ้าร่วมมือกันตบตาทางผับคงไม่ยากนัก
“(ฮ่า ๆ ผมจะฟ้องเฮียกับเจ๊ให้ปรับคุณ)” คนในสายหัวเราะร่วนแถมยังพูดขู่อีกด้วย
ปนัดดาทิ้งตัวนั่งลงที่โซฟาตัวยาว ใบหน้าสวยยู่ปากด้วยความขัดใจที่อีกฝ่ายจะเอาไปฟ้องให้เธอถูกปรับ
“ก็คุณไม่ได้อยากดินเนอร์นี่ แฟร์ ๆ กันไง”
“(ผมไม่ได้พูดแบบนั้นสักคำ และที่ผมโทรมานี่ผมจะถามว่าปีใหม่นี้คุณไปไหนไหม ไปดินเนอร์แล้วเคานต์ดาวน์กันไหม)”
“เคานต์ดาวน์เหรอ” ปนัดดาทวนคำที่อีกฝ่ายพูด
“(ใช่ ไปไหม ผมอยากไปเที่ยวทะเลภูเก็ตอยู่แล้วด้วยอะ เราไปเคานต์ดาวน์ที่นั่นกันไหม)”
“เคานต์ดาวน์ภูเก็ต... ก็แปลว่าต้องไปค้างน่ะสิ”
“(ก็ใช่ไง ไปไหม...)”
ปนัดดานิ่งเงียบ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ในสมองของเธอจินตนาการไปต่าง ๆ นา ๆ ไปเที่ยวในคืนเคานต์ดาวน์ บรรยากาศรอบตัวคงดีไม่น้อย แล้วไปกันสองต่อสองแบบนี้ ถ้าเกิดต้องค้างด้วยกัน... จะเสียตัวไหมนะ
“(คุณฟังผมอยู่หรือเปล่าอะ)” เสียงปลายสายดังขึ้น ทำให้หญิงสาวหลุดออกจากห้วงความคิด เธอลูบหน้าตัวเองแรง ๆ เรียกสติ
“ฟัง ๆ ไปแบบนั้น เราต้องนอนด้วยกันไหม”
“(ฮ่า ๆ คุณอยากนอนห้องเดียวกับผมเหรอ)”
“ไม่ใช่ ก็ถามคุณก่อนไง ฉันจะได้เตรียมตัวได้ถูก”
“(เตรียมตัวไปนอนกับผมน่ะเหรอ ฮ่า ๆ )”
“นี่ถ้าคุณยังหัวเราะไม่หยุดฉันจะวางสายแล้วนะ” ปนัดดาพูดเสียงแข็ง ยิ่งเขาหัวเราะมากเท่าไหร่เธอยิ่งเกร็ง
“(อะ ๆ ใจเย็นก่อน ก็... นอนห้องเดียวกัน คือห้องนี้ผมได้มาจากน้องสาว เธอจองไว้แต่จะไปที่อื่นแทนเพราะน้องเขยผมดันไปจองอีกที่มาเซอร์ไพรซ์ น้องผมเกิดเสียดายก็เลยยกให้ผม ผมก็ไม่รู้จะไปกับใครอะ ก็เลยชวนคุณ แต่คุณไม่สะดวกใจจะไปผมก็ไม่บังคับหรอกนะ)”
“อ่า ถ้างั้นฉันขอคิดดูก่อนก็แล้วกันนะ”
“(ได้ ผมจะรอคำตอบนะครับ แต่อย่าช้าเกินไปนะ)”
“อืม ๆ แค่นี้นะ” พูดจบปนัดดาก็กดวางสายไป
หญิงสาวกดส่งข้อความเข้าไลน์กลุ่มเพื่อน ชักชวนกันออกไปเดินเล่นชอปปิงเสื้อผ้าใหม่ ๆ และอยากจะถามความเห็นเพื่อนสนิทด้วยว่าจะเอาอย่างไรดี
เธอนัดแนะสถานที่และเวลาเรียบร้อยแล้วจึงลุกขึ้นเดินเข้าห้องนอนหาเสื้อผ้ามาทาบกับร่างกาย มีแต่ชุดกระโปรงที่แสนเรียบร้อย และเสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดา
